🌈

Lab 52 — รุ้งปฐมภูมิและรุ้งทุติยภูมิในห้องทดลอง (3D)

Primary & Secondary Rainbows — ทรงกระบอกใสบรรจุน้ำบนกระดาษขาว · ลำแสงเลเซอร์หามุมรุ้ง · แสงขาวลำกว้างเกิดแถบรุ้งจริงบนกระดาษ (ติดตามรังสีหลายพันเส้น)

3D · three.js KP Science simulation
มุมใกล้
⚠️ โหลดไลบรารี 3D (three.js) ไม่สำเร็จ — ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ยังใช้แผนภาพด้านล่างได้
📐 แผนภาพกระดาษ (มองจากด้านบน · ตามสเกล) — ซ้าย: ทั้งแผ่น · ขวาบน: ขยายทรงกระบอก · แว่นขยายอ่านค่า โหมดวัดเอง: อ่านค่าจากสเกลเอง
โหมดการทดลอง
ตารางบันทึกผลไม่ถูกลบ · ของเหลวปริศนาไม่เปลี่ยน
🧭 ตอนนี้ต้องทำอะไร
🧪 ของเหลวในทรงกระบอก
🔦 แหล่งกำเนิดแสง
เลื่อนเลเซอร์
b = ระยะลำเลเซอร์จากแนวกึ่งกลาง (อ่านที่ไม้บรรทัดบนกระดาษ) · ทรงกระบอกรัศมี R = 7.5 mm · θ = มุมระหว่างรังสีที่ย้อนออกมากับแนวย้อนกลับของลำแสง
🖐 บันทึกผล
b ที่อ่านได้ (mm)
θ ที่อ่านได้ (องศา)
📋 ตาราง A — มุม θ กับระยะ b (เลเซอร์)
📋 ตาราง B — มุมของแถบรุ้ง (แสงขาว)
📈 กราฟ θ กับ b

วัตถุประสงค์

อุปกรณ์ (หาได้ในห้องทดลองจริง)

💡 ในห้องจริงควรทำในห้องมืด · ถ้าใช้ขวดก้นกลมใส่น้ำและฉากขาวเจาะรู จะเห็นรุ้งเป็นวงกลมรอบรูบนฉาก — หลักการเดียวกับการทดลองนี้

การใช้งาน Simulation

ตอนที่ A — ลำแสงเลเซอร์ หามุมรุ้ง

  1. เลือกเลเซอร์แดง วัด "รังสีปฐมภูมิ" · เลื่อนเลเซอร์ให้ b ≈ 1 mm อ่าน b และมุม θ ของรังสีที่สะท้อนภายใน 1 ครั้งแล้วย้อนออกมาทางด้านเลเซอร์ บันทึก
  2. เพิ่ม b ครั้งละ 0.5–1 mm จนถึง 7.5 mm · สังเกตว่า θ เพิ่มขึ้นถึงค่าสูงสุดแล้วลดลง → ค่าสูงสุดคือมุมรุ้งปฐมภูมิ
  3. เปลี่ยนเป็น "รังสีทุติยภูมิ" ทำซ้ำ · θ ลดลงถึงค่าต่ำสุดแล้วเพิ่มขึ้น → ค่าต่ำสุดคือมุมรุ้งทุติยภูมิ
  4. ทำซ้ำด้วยเลเซอร์ม่วง เปรียบเทียบมุมรุ้งของแสงสองสี
  5. ❓ ของเหลวปริศนา: เลือก "ของเหลวปริศนา" (ดรรชนีหักเหถูกซ่อน) ทำข้อ 1–3 ด้วยเลเซอร์แดง หา θ₁ สูงสุดและ θ₂ ต่ำสุดจากกราฟ แล้วหา n ของของเหลว: ที่มุมรุ้ง cos² i = (n² − 1)/3 และ θ₁ = 4r − 2i (ทุติยภูมิ cos² i = (n² − 1)/8 และ θ₂ = 180° + 2i − 6r) — ลองค่า n จนได้มุมเท่ากับที่วัด หรือใช้ b ที่ θ₁ สูงสุด: sin i = b/R → n = √(1 + 3 cos² i) · ใต้กราฟแสดง n ที่คำนวณจากข้อมูลให้ตรวจ · เฉลย n แสดงใต้กราฟเมื่อบันทึกทั้งสองชนิดรังสีครบอย่างละ 8 ค่า (เลเซอร์สีเดียวกัน) หรือวัดมุมครบ 4 ขอบสีในตอน B

ตอนที่ B — แสงขาวลำกว้าง เกิดแถบรุ้ง

  1. เปลี่ยนเป็นแสงขาวลำกว้าง รอคำนวณสักครู่ แล้วดูกระดาษด้านไฟฉาย จะเห็นแถบรุ้ง 2 แถบทั้งซีกบนและซีกล่าง · แถบเป็นแนวตรง เพราะรังสีที่มุมรุ้งของสีหนึ่งออกมาขนานกัน
  2. วางไม้บรรทัดใสบนแถบสี ขีดเส้นดินสอตามขอบสีแดง แล้วขีดเส้นขนานแนวลำแสงผ่านจุดเดียวกัน · วัดมุมระหว่างสองเส้นด้วยโปรแทรกเตอร์ (ใน simulation: ย้ายจุดหมุนของไม้วัดไปบนแถบ แล้วหมุนไม้ให้ขนานขอบสี อ่านมุมจากแว่นขยาย) บันทึก · ทำซ้ำกับขอบสีม่วงและแถบทุติยภูมิ
  3. ตั้งฉากเล็ก (การ์ดขาว) ขวางแถบรุ้งทั้งสองแถบ สังเกตบนการ์ด: จากด้านใกล้แนวลำแสงออกไป แถบปฐมภูมิเรียงสี ม่วง → แดง ถัดไปเป็นแถบมืด แล้วแถบทุติยภูมิเรียงสี แดง → ม่วง (จางกว่า) — ลำดับสีกลับกัน
  4. ข้อควรระวัง: ห้ามอ่านมุมจากตำแหน่งของแถบบนวงกลมรอบทรงกระบอก — แถบไม่ได้พุ่งออกจากจุดศูนย์กลาง (ออกห่างจากแกนประมาณ 0.86R และ 0.95R) จะได้มุมปฐมภูมิมากไปและทุติยภูมิน้อยไป
  5. สังเกตลำดับสี: แถบใน (ปฐมภูมิ) สีแดงอยู่ด้านนอก · แถบนอก (ทุติยภูมิ) สีสลับกัน และระหว่างสองแถบมืดกว่า (แถบมืดของอเล็กซานเดอร์)

วิธีบันทึกผล

ตาราง A ชนิดรังสี | b (mm) | θ (องศา) → กราฟ θ กับ b หาค่าสูงสุด/ต่ำสุด
ตาราง B แถบสี | θ ที่อ่านได้ | θ ทฤษฎี (เฉลยหลังบันทึก) | ผลต่าง

คำถามท้ายการทดลอง

  1. ทำไมรังสีจำนวนมากจึงออกมารวมกันที่มุมรุ้ง ทำให้เห็นแถบสว่าง?
  2. ทำไมรุ้งทุติยภูมิจางกว่ารุ้งปฐมภูมิ และลำดับสีจึงกลับกัน?
  3. ในท้องฟ้า ถ้าดวงอาทิตย์อยู่ด้านหลังผู้สังเกต รุ้งปฐมภูมิจะปรากฏที่มุมเท่าใดจากจุดตรงข้ามดวงอาทิตย์?
  4. ทำไมบริเวณระหว่างรุ้งปฐมภูมิกับทุติยภูมิจึงมืดกว่าบริเวณภายในรุ้งปฐมภูมิ?
  5. ทำไมต้องวัด "ทิศ" ของแถบสี แทนการวัดตำแหน่งของแถบบนวงกลมรอบทรงกระบอก?

1. ทางเดินแสงในหยดน้ำ

แสงหักเหเข้าหยดน้ำ สะท้อนที่ผิวด้านหลัง แล้วหักเหออก · รุ้งปฐมภูมิ สะท้อนภายใน 1 ครั้ง · รุ้งทุติยภูมิ สะท้อนภายใน 2 ครั้ง (เสียแสงที่ผิวสะท้อนมากกว่า จึงจางกว่า) · มุม θ วัดระหว่างรังสีที่ออกกับแนวย้อนกลับของแสงที่เข้า (จุดตรงข้ามดวงอาทิตย์)

sin i = b/R sin i = n sin r
ปฐมภูมิ θ₁ = 4r − 2i
ทุติยภูมิ θ₂ = 180° + 2i − 6r

2. มุมรุ้ง — รังสีมารวมกันที่มุมสุดขีด

เมื่อ b เปลี่ยน θ₁ มีค่าสูงสุดและ θ₂ มีค่าต่ำสุด · ใกล้ค่าสุดขีด θ แทบไม่เปลี่ยน รังสีจากช่วง b กว้างจึงออกมาที่มุมเกือบเดียวกัน → แสงเข้มที่มุมนั้น = แถบรุ้ง

ปฐมภูมิ cos² i = (n² − 1)/3 → θ₁ ≈ 42.3° (แดง) · 40.7° (ม่วง)
ทุติยภูมิ cos² i = (n² − 1)/8 → θ₂ ≈ 50.4° (แดง) · 53.3° (ม่วง)

ดรรชนีหักเหของน้ำสำหรับแสงม่วงมากกว่าแสงแดง มุมรุ้งจึงต่างกันตามสี · ปฐมภูมิ: แดงอยู่ด้านนอก (มุมมากกว่า) · ทุติยภูมิ: แดงอยู่ด้านใน — ลำดับสีกลับกัน · ไม่มีรังสีสะท้อนภายใน 1–2 ครั้งออกในช่วง θ₁ ถึง θ₂ บริเวณนั้นจึงมืด (แถบมืดของอเล็กซานเดอร์)

3. รุ้งบนท้องฟ้า

ผู้สังเกตหันหลังให้ดวงอาทิตย์ หยดน้ำทุกหยดที่อยู่บนกรวยมุม 42° รอบจุดตรงข้ามดวงอาทิตย์ส่งแสงสีแดงเข้าตา (หยดที่ต่ำกว่าเล็กน้อยส่งสีม่วง) จึงเห็นรุ้งเป็นส่วนโค้งของวงกลม · รุ้งทุติยภูมิอยู่ที่ประมาณ 51° สีกลับกัน

🔍 ทรงกระบอกในการทดลองให้ผลเหมือนหยดน้ำทรงกลมสำหรับรังสีในระนาบตั้งฉากกับแกน · รังสีที่มุมรุ้งของสีหนึ่งออกมาขนานกัน ห่างจากแกนทรงกระบอกประมาณ 0.86R (ปฐมภูมิ) และ 0.95R (ทุติยภูมิ) แถบบนกระดาษจึงเป็นแนวตรงที่ไม่ผ่านจุดศูนย์กลาง · ต้องวัดมุมของทิศแถบเทียบแนวลำแสง ถ้าอ่านตำแหน่งบนวงกลมรัศมี 28 cm รอบทรงกระบอกจะคลาดราว ±1.3° (ทรงกระบอกใหญ่ยิ่งคลาดมาก)